กระซิบรัก...น่าน Part2 <<อุทยานแห่งชาติดอยภูคา-ดอยเสมอดาว-อุทยานแห่งชาติขุนสถาน>>

ติดตาม กระซิบรัก...น่าน Part 1 <<แพร่-น่าน-หอศิลป์ริมน่าน-อุ่นไอมาง>> ได้ที่นี่  

 

เช้าแล้วจ้าาาาา หนาวฟันออกปากเลยทีเดียว แต่บรรยากาศมันฟุ้งฟิ้งมากค่ะ มีทั้งเขา ลำธาร สายหมอก โรแม๊นซ์มากกกก

 

 

 

 

 

อากาศชื้นมากกกก

 

 

 

ที่นี่เค้ามีข้าวต้มกับพวกกาแฟ โอวัลตินและปาท่องโก้ ให้กินตอนเช้านะคะ เก็บข้าวของเสร็จก็เตรียวตัวออกเดินทางกันต่อค่ะ เราต้องกลับเข้าตัวเมืองน่านอีกครั้ง เพื่อจะไปดอยเสมอดาวค่ะ ระหว่างทางก็แวะถ่ายรูปกันที่จุดชมวิวดอยภูคากันก่อน

 

 

 

 

นี่อีโค่คาร์ของเราไต่มาสูงขนาดนี้เลยหรอเนี่ย

แวะอุทยานแห่งชาติดอยภูคาด้วยค่ะ หวังว่าอาจจะได้เห็นดอกชมพูภูคาให้ชื่นใจ เสียค่าเข้าคนละ50บาท แต่ไม่มีแม้แต่กลีบดอกให้เห็นเลย T_T

 

 

 

ถ่ายดอกอื่นแทนละกัน

 

 

 

พยายามมโนว่าดูเมเปิ้ลเปลี่ยนสี //ตัดมาในความเป็นจริงทั้งต้นมีใบสีนี้อยู่สองใบ

 

 

ไอต้นนี้ ใบมันรูปร่างคุ้นๆนะ

 

กินข้าว(อีกแล้ว)ค่ะ กลับมาในเมืองน่าน ชื่อร้าน บ้านบ่อน้ำ อยู่เลยวัดมิ่งเมืองมานิดหน่อยค่ะ

 

 

 

ผัดผักรวมมิตร

 

 

ห่อหมกทะเล เพิ่งเคยกินห่อหมกใส่ลูกชิ้นปลาเป็นครั้งแรก

 

 

ต้มโคล้งปลาทอด

 

 

ยำหัวปลี

รสชาติธรรมดาค่ะ มีดีที่ราคาถูกและปริมาณ มื้อนี้หมดไป400นิดๆเอง

ร้านแนะนำประจำทริปค่ะ เป็นร้านกาแฟแถววัดภูมินทร์ ชื่อ ภูคอฟฟี่ ราคาแค่แก้วละ29บาท เราสั่ง คาปูคาราเมล สองวันติดเลย

 

 

มุ่งหน้าสู่ดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน กันค่ะ ตัวอุทยาน ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น 

คนไม่เยอะมาก กำลังดี อากาศก็ไม่หนาวจนเกินไป (หรืออาจจะเป็นเพราะเราไปเจออากาศแบบเอ็กซ์ตรีมมาแล้ว แค่นี้เลยเบาๆสวยๆ) 

 

 

กางเต้นท์ตรงไหนก็ได้ค่ะ เราเลยได้มุมตรงนี้มา เนื่องจากคนไม่เยอะ พวกเราเลยได้พื้นที่ค่อนข้างเยอะ 

 

 

พระอาทิตย์กำลังจะตกค่ะ เกือบมาไม่ทันแล้ว

 

 

เสมอดาวสมชื่อค่ะ น่าแปลกที่ดอยนี้ก็ไม่สูงเท่าไหร่ แต่เห็นดาวได้เยอะและชัดขนาดนี้ สวยยยยยยค่ะ ปลื้มปลิ่ม

 

 

ความพยายามในการถ่ายดาวด้วยกล้องกะโหลกกะลา

 

 

 

อุปกรณ์ให้แสงสว่าง

 

 

ค่าเช่าเตา100บาท

 

 

ถ่ายจากลานดูดาวลงมาที่ลานกางเต๊นท์

 

ตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นกันค่ะ

 

 

 

 

เห็นทะเลหมอกชัดมาก

 

 

บางคนก็ปีนขึ้นไปชมวิวบนผาหัวสิงห์

 

 

 

 

กำลังจะขึ้นแล้ว

 

 

ขึ้นแล้วววว

 

 

ฉานนนนนน

 

 

วันนี้ต้องเดินทางกลับแล้วค่ะ พอออกจากดอยเสมอดาว เลี้ยวซ้าย ขึ้นไปอีกนิด ก็จะไปถึงผาชู้ค่ะ ซึ่งก็เป็นจุดกลางเต๊นท์อีกหนึ่งจุดค่ะ ผาชู้เป็น สถานที่ตั้งเสาธงที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ต้องร้องเพลงชาติ 12 จบกว่าจะเชิญธงชาติขึ้นสู่ ยอดเขา ซึ่งสายเสาธงมีความยาวกว่า 200 เมตร

 

 

 

เธอเห็นเสาธงนั่นไหม

 

 

ตำนานผาชู้ค่ะ

เจ้าเอื้องผึ้งซึ่งเป็นคู่รักกับเจ้าจันทน์ผา จำใจต้องแต่งงานกับเจ้าจ๋วง เจ้าเอื้องผึ้งเสียใจที่ไม่ได้แต่งงานกับ คนที่ตัวเองรัก จึงตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดจากหน้าผา เจ้าจันทน์ผาตามมาพบว่า เจ้าเอื้องผึ้งได้กระโดด หน้าผาไป้แล้วจึงกระโดด หน้าผาฆ่าตัวตายตามคนรักตกไปอยู่ใกล้กัน และเจ้าจ๋วงได้เห็นหญิงที่ตนรักกระโดด หน้าผาไป จึงรู้สึก เสียใจและตัดสินใจ กระโดดหน้าผาตามลงไปด้วยแต่กระเด็นห่างออกไปด้วยความรักแท้ ระหว่างเจ้าเอื้องผึ้งและเจ้าจันทน์ผา ในชาติต่อมาเจ้าเอื้องผึ้ง จึงเกิดเป็นดอกกล้วยไม้เกาะอยู่ใต้ต้นจันทน์ผา และเจ้าจ๋วงก็เกิดเป็นต้นสน ณ จุดที่ตกไปนั้นเอง ( “จ๋วง” เป็นภาษาเหนือแปลว่า ต้นสน “เอื้องผึ้ง” แปลว่ากล้วยไม้) หน้าผาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “ผาชู้” นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

 

แวะทานบลั้นช์กันซะหน่อย ที่ ครัวธันวา อยู่ตรงแถวๆปากทางที่จะเลี้ยวเข้าไปดอยเสมอดาวค่ะ รสชาติก็ทั่วๆไปค่ะ เป็นอาหารตามสั่ง ราคาประมาณ40บาทต่อจาน

 

 

 

เจอเจ้าถิ่น

 

 

กะเพราหมูกรอบ ไข่เจียว

 

 

ผัดผักบุ้ง ไข่เจียว (ก่อนผัดพี่เค้ามาถามว่าเอาแบบธรรมดาหรือไฟแดง งงเลย คือเพิ่งรู้ว่ามันต่างกัน)

 

 

ผัดซีอิ๊ว

 

 

ต่อด้วยกาแฟร้านข้างๆ ร้านเฮือนฝ้ายแม่จำปี คาราเมลลาเต้อร่อยค่ะ แก้วใหญ่ ราคาแค่45บาท

 

ขากลับเราแวะอุทยานแห่งชาติขุนสถานด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยมว่าอาจจะเจอดอกนางพญาเสือโคร่งที่ได้ข่าวมาว่าที่เชียงใหม่บานแล้ว พอขึ้นไปถึงน้ำปริ่มค่ะ ไม่ใช่ว่ามันสวยมากนะ แต่มันยังไม่ออก!!! 

 

 

เราไปถามคนแถวนั้น ว่าต้นไหนคือต้นนางพญาเสือโคร่ง นางก็ชี้มาที่ต้นโกร๋นๆที่มีแต่กิ่งนี่แหละค่ะ

 

 

เรียงราย

นั่นคือทางที่ฉันไต่ขึ้นมาใช่มั๊ยยย

 

ว่าแล้วก็สตาร์ทเครื่องลงเขาค่ะ ถ้าเราขับไปเรื่อยๆ ไม่กลับทางเดิม เราจะไปโผล่เส้นที่เราจะกลับไปแพร่พอดี ระหว่างทางจะเจอไร่สตรอเบอร์รี่ด้วย

 

 

แล้วเราก็ยิงยาวกลับกรุงเทพ ออกจากขุนสถานประมาณเที่ยง ถึงกทม.ประมาณสี่ทุ่มค่ะ (แวะปั๊มกันตลอดทาง) เป็นโร้ดทริปที่สนุกมาก แม้ว่าจะเหนื่อย หลงทาง ขับอ้อม แต่มันก็ได้อารมณ์ดี เมืองน่านน่าเที่ยวมากค่ะ นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะมาก ยังคงบรรยากาศล้านนาไว้เต็มเปี่ยม สถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติก็มีเยอะจนแวะไม่หมด สรุป เป็นอีกทริปที่ประทับใจมาก เหมือนได้ไปชาร์จพลัง ก่อนจะกลับไปลุยงานหลังปีใหม่ โฮฮฮฮฮฮฮ พูดถึงงานใจมันก็ห่อเหี่ยว